“ออก้า” ปลาวาฬเพชรฆาตปีศาจใต้ท้องทะเล

Image

มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับท้องทะเลที่ดำสนิทมืดมิด   ภายใต้ความเวิ้งว้างแห่งห้วงมหาสมุทร  หลายคนต่างพูดถึงเพชรฆาตผู้ปลิดชีวิตผู้คนบนเรือท่องเที่ยวและเรือประมง  นักล่าที่อาวุธเป็นขากรรไกรขนาดยักษ์ และฟันที่โค้งเข้าด้านในคมกริบราวกับพร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกเป็นชิ้นๆ ภายในเสี้ยววินาที  สัตว์น้อยใหญ่ใต้น้ำพากันหวาดกลัว  บรรดาแมวน้ำ ปลา หรือแม้แต่วาฬที่ใหญ่กว่าถึง2เท่าก็ยังต้องขยาดมัน  เราเรียกนักล่าใต้ทะเลนี้ว่า “ออก้า”

 

ออก้า เป็นวาฬเพชฌฆาตที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดไม่เกิน 30 ฟุต  และน้ำหนักโดยประมาณอยู่ที่ 12,000 ปอนด์  เป็นผู้ล่าในวงจรห่วงโซ่อาหารที่ดุร้ายและน่าหวาดหวั่น  มันสามารถปรับตัวอยู่ใต้ท้องทะเลเกือบทุกที่บนโลกนี้  สามารถพบมันได้ทั้งที่อาร์คติก   ทะเลแถบแอนคาร์คติก หรือแม้แต่ทะเลแถบเขตร้อนก็ยังออกมาให้พบเห็น   จัดว่าเป็นสัตว์อันตรายแม้แต่กับมนุษย์ก็ยังพิศวงในความฉลาดของมัน  เพราะสามารถสื่อสารระหว่างออก้าด้วยกันในระหว่างล่าเหยื่อ  หรือกระทั่งขณะว่ายน้ำอยู่ได้ด้วย

มีเรื่องเล่าของชาวเมืองริมทะเลของประเทศอังกฤษ  เล่าว่า เคยมีนักแล่นเรือออกเรือเที่ยวรอบโลก  แต่กลับถูกวาฬหัวทุยสายพันธุ์สนิทกับวาฬเพชรฆาตเข้าโจมตี  ด้วยวิธีการเอาตัวพุ่งเข้าชนเรือด้วยความเร็วอย่างหนักหน่วง  และโจมตีในรูปแบบเป็นฝูงวาฬ  แรงกระแทกขนาดนี้นึกภาพให้เห็นก็คงมีลูกตุ้มยักษ์คอยทุบเรือจนกว่าจะอับปาง  หรือเรือแตกหักกลางกันไปเลยทีเดียว  ทำให้ครอบครัวนักแล่นเรือจำต้องสละเรือทิ้ง  และลงเรือเล็กเพื่อเอาชีวิตรอด  เจ้าปลานักล่าก็ข่มขู่เหยื่อด้วยการว่ายน้ำไปรอบๆเรือเล็กก่อนจะเผด็จศึกเหยื่อ

 

“ปีเตอร์ ไอแยค” นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ “โซน่าร์ของวาฬ”  อธิบายเกี่ยวกับออก้าหลังได้ “เสียงบันทึกของพวกมัน”  เขาเล่าว่า “ปลาวาฬสายพันธุ์นี้จะมีโซนาร์ที่มีลักษณะเป็นจุดเล็กๆคอยโฟกัสค้นหาเหยื่อ  ถ้าเปรียบให้เห็นภาพก็เหมือนกับลำแสงไฟฉายที่ขนาดราวๆ 6 องศา”  ทำให้มันกลายเป็นเพชรฆาตใต้น้ำที่มีประสาทสัมผัสด้านการฟังระดับยอดเยี่ยมเมื่อเปรียบกับสัตว์สายพันธุ์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วยกัน  แต่ระบบโซนาร์ของพวกมันได้ปรับยกระดับความเก๋าเกมในการล่าด้วย “เอ็คโค่โลเคชั่น”  สันนิษฐานว่าพวกมันจะจับทิศทางจากเสียงสะท้อน  และเอาแยกแยะด้วยสันชาตญาณของมันว่า เหยื่อข้างหน้าที่มันพบคืออะไร?  เป็นปลาหรือแมวน้ำ   หรือหากเจอวาฬด้วยกันก็จะปรับเป็นโซน่าอีกแบบที่ชื่อ “สเตลธ์โซน่าร์”  มีลักษณะเบาลง  จำนวนครั้งไม่สม่ำเสมอ เป็นเทคนิคของประสาทสัมผัสที่วาฬออก้าเข้าใจได้ว่า การสะท้อนกลับมาคือวาฬสายพันธุ์อื่น

 

เหตุผลของการหลีกเลี่ยงการเดินทะเล  สำหรับในบางคนก็มักหนีไม่พ้นกับสัตว์อันตรายอย่าง “วาฬเพชฌฆาต” หรือแม้กระทั่งความแปลกประหลาดที่ยากจะคาดเดาของพื้นที่ใต้น้ำ   แล้วคุณละ..อยากเดินทางรอบโลกด้วยเรือบ้างไหม?